ลำดับ”แหล่งพลัง”อย่างทรงพลัง

ภาพนักกีฬาฟุตบอลตีไม้เบสบอลในเงามืด สื่อถึงพลังงานชั้นลึกของร่างกายและบทบาทของแลคติกในการเสริมระบบพลังงาน SMART Power

เวลาพูดถึง “แหล่งพลัง” หลายคนมักคิดถึง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือแม้กระทั่งไขมัน แต่ความจริงคือ

 

พลังของเราไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่เป็นพีระมิดหลายชั้น

 

เราต้องเริ่มที่ “รากฐาน” เพราะหากถ้าชั้นล่างพัง → ชั้นบน ก็จะทำงานไม่ได้

นี่คือเหตุผลที่หลายคนกินของดี แต่ “ไม่รู้สึกดีขึ้น” เพราะลำดับการใช้ผิด

 

เราจะมาเปิดเผยความ “ทรงพลัง” ตามลำดับระบบของร่างกาย

เริ่มต้นที่ เมื่อเราจะทำกิจกรรมใดๆก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราต้องหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป เพื่อเกิดการเริ่มต้นในกิจกรรมการเผาผลาญ ดังนี้

 

พลัง(ของเรา) + ออกซิเจน = ความร้อน+กิจกรรมตามเจตจำนง+คาร์บอนไดออกไซด์+น้ำ

 

จากสมการนี้จะเห็นว่า

🔵 1) น้ำ (Hydration) คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการเผาผลาญนี้ และน้ำเองก็จะช่วยระบายความร้อน และหล่อลื่นกิจกรรมตามเจตจำนงของเรา ทั้งยังทำให้การเมตาบอลิซึมทำงานได้อย่างเป็นปกติ

น้ำจึงเป็นฐานรากที่สำคัญที่สุดของเรา

แต่กระบวนการของน้ำนี้ จำเป็นต้องมี แร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฯลฯ ทำงานสอดผสานไปด้วย

 

น้ำ และเกลือแร่ = ตัวกำหนดชะตากรรมของระบบทั้งหมด

 

สิ่งแรกที่ร่างกายทำอยู่เสมอ คือ รักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม (37–38.5°C)

นี่คือฐานของพีระมิด อยู่ตำแหน่ง “ที่สำคัญที่สุด” เพราะ หากขาดน้ำ / โซเดียม / โพแทสเซียม แม้เพียง 2–3%

ปริมาณของเหลวในร่างกายที่ลดลง ทำให้อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้นเร็ว ทำให้ หัวใจเต้นเร็วขึ้น การเผาผลาญผิดเพี้ยน สมรรถภาพจะลดลง จนร่างกายสั่ง “เข้าเซฟโหมด”  เพื่อรักษาชีวิตหรือการดำรงอยู่ของตัวเองไว้โดยอัตโนมัติ[1] (อ่านเพิ่มได้ที่บทความ ทรงพลังได้ในทุกสภาวะ)

 

ผลลัพธ์คือ สารอื่นๆหรืออาหารเสริมใดๆก็จะ “หมดความหมายทันที” หากไม่ได้รับการชดเชยน้ำและเกลือแร่อย่างเหมาะสม

 

ดังนั้นการชดเชยน้ำและเกลือแร่อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องทำเป็นอันดับแรก (อ่านเพิ่มได้ที่บทความ คืนความสดชื่นด้วยพลังแห่งน้ำ 3 เกลือแร่ทรงพลัง)

 

🟣 2) IMMEDIATE POWER = ระยะพลังระเบิด (Immediate ATP Stage) ระบบพลังงานที่เร็วที่สุดของร่างกาย

เมื่อความร้อนเริ่มนิ่ง ร่างกายเปิดระบบพลังงานชั้นที่ 1 คือ ATP–PCr System (Phosphocreatine)

นี่คือช่วง “ออกแรงทันที” เช่น ช่วงกำลังเริ่มต้นเคลื่อนไหว, สปรินต์, เร่งขึ้นเนิน, เปลี่ยนจังหวะความเข้มข้นหรือความเร็ว

เป็นระบบที่ทำงานภายในช่วงเสี้ยววินาที – หลายวินาที

สิ่งที่จะช่วยเสริมกำลังของระบบนี้คือ การฝึกกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ให้กล้ามเนื้อได้มีที่บรรจุ Creatine มากขึ้นและมี Creatine สะสมที่กล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ ซึ่งอาจเสริมได้ด้วย Creatine จากภายนอก (อ่านเพิ่มได้ที่บทความ 7 อย่างที่ต้องรู้ CREATINE) เพราะมันเสริมระบบ “ATP–PCr System” โดยตรง ช่วยเพิ่มเร็ว แรง ความเข้มข้น

 

💗 3) FAST GLYCOLYSIS = ระยะพลังไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Boost Stage)

คือช่วงที่รับไม้ต่อมากจากช่วงก่อนหน้านี้

เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มใช้พลังงานต่อเนื่อง ร่างกายจะเข้าสู่ระบบ Glycolysis → Lactate Shuttle

หรือการเผาพลังจาก Glycogen โดยมี Lactic และ Lactate เป็นตัวช่วยปรับสมดุลความร้อนและพลังงาน[2] และมี Ribose ซึ่งเป็นตัวแทนของวงจรพลังระดับเซลล์ (Pentose Phosphate Pathway) ให้พลังงานในระดับเซลล์ (ATP) โดยตรง

เป็นระบบพลังงานช่วงเข้มข้นในระยะกลาง ใช้สำหรับเริ่มออกกำลังกาย หรือใช้แรงหนักอย่างต่อเนื่อง เช่น การวิ่งแบบ tempo, interval, ขึ้นทางเนินยาวๆ, การสปีดต่อเนื่อง

สิ่งที่จะช่วยเสริมกำลังของระบบนี้คือ การสะสมไกลโคเจน ทั้งจากการกิน หรือความสามารถของร่างกายในกระบวนการ Lactate Shuttle ไม่ว่าจะจากการฝึกซ้อมหรือการเสริมด้วย Lactic/Lactate/D-RIBOSE (อ่านเพิ่มได้ที่บทความ รู้จักแลคติก…พลังงานใหม่แห่งศตวรรษที่ 21  RIBOSE น้ำตาลเพื่อสุขภาพ)

ซึ่งการเสริมนี้

➤ Lactic (Lactate)

  • เป็นเชื้อเพลิงให้สมอง–หัวใจ–กล้ามเนื้อ–ตับ
  • ช่วยชดเชยการขาด O₂
  • ช่วยชะลอความล้า
  • ส่งพลังงานเข้าสู่ไมโทคอนเดรีย(แหล่งพลังระดับเซลล์)เร็ว

➤ D-Ribose

  • เติม ATP โดยตรงเข้าสู่เซลล์และไมโทคอนเดรีย
  • ฟื้นตัวไวขึ้น
ไพรมิดพลังงานมนุษย์ แสดงระบบพลังงาน 5 ชั้น ตั้งแต่ Hydration, Creatine, Lactic, Glycogen จนถึงระบบไมโทคอนเดรีย พร้อมสารอาหารเสริมสุขภาพที่สนับสนุนแต่ละระบบ
แผนภาพ ‘ปิรามิดแห่งพลัง’ ที่อธิบายลำดับระบบพลังงานของเราและตัวช่วยในลำดับต่างๆ[3]

 

🟧 4) AEROBIC & MITOCHONDRIAL— ระยะพลังใช้ออกซิเจน (Aerobic Engine Stage)

ระบบหลักของการออกกำลังกายระยะยาว มาราธอน การวิ่งUltra ไตรกีฬา

เป็นระบบใช้ออกซิเจนพึ่งพา “ไมโทคอนเดรีย” เป็นหลัก

ถ้าแหล่งพลังงานทำงานดี → ใช้กำลังระยะยาวได้ดี มีของเสียน้อย ฟื้นตัวไว

➤ CoQ10

  • ช่วยกระบวนการส่งต่อประจุพลังงาน
  • เพิ่มพลังงานเซลล์

➤ ALA (Alpha-Lipoic Acid)

  • ลดอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาผลาญได้ในหลายระบบ
  • ช่วยระบบเผาผลาญ ทำให้เผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

➤ Omega-3

  • ไขมันคุณภาพดี ที่ช่วยการสื่อสารกันระหว่างเซลล์
  • ลดการอักเสบ

 

ไมโทคอนเดรียดี = ใช้แรงได้นาน อึด คงที่ ชีพจรไม่พุ่ง (สุขภาพมักจะดีตามไปด้วย)

 

➤ Caffeine หนึ่งในสารอาหารยอดฮิตสำหรับความตื่นตัว เพราะมีส่วนช่วยตรง “Aerobic → Fast Glycolysis”

  • ช่วยการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน
  • เร่งกระบวนการ lactate shuttle ช่วงที่มีความเข้มข้นสูง
  • ลดความรู้สึกเหนื่อย (central effect) (อ่านเพิ่มได้ที่บทความ Caffeine)

 

🟩 5) MICRO-CIRCULATION

คือการไหลเวียนในหน่วยย่อย มีความสำคัญระดับนึง สำหรับการออกแรงที่ยาวนาน เพราะร่างกายเกิดการเสียหายในระดับหน่วยย่อย เช่น กล้ามเนื้อฉีกระดับเล็ก อนุมูลอิสระและของเสียสะสม

สิ่งที่มีส่วนเข้ามาช่วยในส่วนนี้คือ กลุ่ม Polyphenols หรือสารสีจากพืชหลากสี เช่น Vitamin C (ผลไม้), Curcuminoids (ขมิ้น), Beet Root, Anthocyanins (เบอร์รี/องุ่น), OPC (ลิ้นจี่), Glucosinolates (ผักตระกูลกะหล่ำ)

อาหารเสริมกลุ่มนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการไหลผ่านของเลือดฝอย เช่น เพิ่ม Nitric oxide → ออกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อง่ายขึ้น เป็นต้น

 

🟨 Vitamin B & Trace elements คือสิ่งที่สำคัญ และไม่ควรมองข้าม เพราะมันช่วย “เสริมทุกระบบ”

คือ โคแฟคเตอร์หรือกุญแจปลดล็อคของกระบวนการสร้างพลังงานในทุกขั้น (อ่านเพิ่มได้ที่บทความ วิตามิน “กุญแจสำคัญของร่างกาย”)

 

⭐ สรุป

  1. ในทุกการใช้พลังใดๆ เช่น การออกกำลังกายหรือการแข่งขันเราควรให้ความสำคัญกับการชดเชย น้ำและเกลือแร่ เป็นอันดับแรก
  2. จากนั้นเติมพลังที่เซลล์หรือร่างกาย ต้องการให้เพียงพอ
  3. ให้วิตามินช่วยสนับสนุนในการใช้พลังงานได้อย่างเป็นปกติ
  4. สุดท้าย อาจใช้สารสกัดต่างๆ ตามกิจกรรม/บุคคล ตามความเหมาะสม

 

พลังของเรา เกิดจาก ‘การจัดลำดับพลัง’  ให้ทำงานอย่างสอดคล้อง

 

เมื่อ รากฐานดี → ระบบดี → ฟื้นตัวดี → ทรงพลัง

“เราดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายไม่ใช่เพียงให้ ดีขึ้น หรือ เก่งขึ้น แต่ต้อง สนุก ฟื้นไว และมีสุขภาพในระยะยาวที่ทรงพลัง”

 

สามารถติดตามบทความทางสุขภาพ เบื้องหลังการทำงานของร่างกาย หรือ ความเป็นมนุษย์ในแง่มุมที่หลากหลาย เพื่อชีวิตทรงพลัง ได้ที่

มนุษย์ทรงพลัง

เคล็ดลับทรงพลัง

Blog – บริษัท ดอกเตอร์ทรงพลัง จำกัด

Facebook Page: https://www.facebook.com/dr.songpalang

สุดท้ายนี้ ทีมงานดอกเตอร์ทรงพลังขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทรงพลังอย่างยั่งยืน

อ้างอิง

[1]Sawka, M. N., & Coyle, E. F. (1999). Influence of body water and blood volume on thermoregulation and exercise performance. Exercise and Sport Sciences Reviews, 27(1), 167–218.

[2]Brooks, G. A. (2018). The science and translation of lactate shuttle theory. Cell Metabolism, 27(4), 757–785.

[3]Kenney, W. L., Wilmore, J. H., & Costill, D. L. (2021). Physiology of Sport and Exercise (7th ed.). Human Kinetics.

แชร์บทความ

บทความอื่นๆ

โต๊ะอาหารสีขาวสื่อถึงแหล่งกำเนิดพลังจากอาหารจริงและแลคติกในระบบเผาผลาญของร่างกาย เพื่อสุขภาพและสมดุลพลังชีวิต

แนวทางการกินเพื่อสุขภาพ 2025-2030

เมื่อความจริงของอาหารเริ่มเผยตัว แนวทางการกินเพื่อสุขภาพก็เริ่มชัดเจน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรามักถูกสอนให้มองอาหารผ่านตัวเลข แคลอรีเท่าไร ไขมันกี่กรัม

อ่านเพิ่มเติม
ภาพลำไส้มนุษย์และระบบทางเดินอาหาร อธิบายความจริงของโพรไบโอติก แบคทีเรียแลคติก และสมดุลลำไส้เพื่อสุขภาพ

Probiotic สำคัญจริงหรือไม่?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “โพรไบโอติก (Probiotic)” กลายเป็นคำยอดฮิตในวงการสุขภาพ ตั้งแต่โยเกิร์ต ไปจนถึงสูตรเฉพาะสำหรับลำไส้ ภูมิคุ้มกัน การนอน และสุขภาพจ

อ่านเพิ่มเติม
โยเกิร์ตธรรมชาติอุดมด้วยแลคติก แหล่งพลังงานเซลล์ พรีไบโอติก และจุลินทรีย์ดี เพื่อสมดุลลำไส้และเสริมภูมิคุ้มกัน

Nutrition of Yogurt

ความเป็นมาของ “โยเกิร์ต” หากมองย้อนไปเมื่อราว 7,000 ปีที่แล้ว โยเกิร์ต (Yogurt) ได้ถือกำเนิดขึ้นจากชาวทราเซียน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษเก่าแก่ของชาวบัลแกเรีย

อ่านเพิ่มเติม
0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop