ปวดกล้ามไม่ได้แปลว่าซ้อมถึง

DOMS: ปวดเริ่มที่ 12-24 ชม. สูงสุดที่ 24-72 ชม. | ภาพดัมเบล | ตารางเปรียบเทียบ DOMS vs บาดเจ็บ

ช่วงที่หลายคนมาเริ่มออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ปัญหานึงที่เรามักเจอได้บ่อยคือ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกาย หรือเรียกสั้นๆว่า DOMS

 

ไม่ว่าจะ หลังวิ่ง หลังเวท หลังออกกำลังกายหนัก หลายคนน่าจะเคยตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า

  • ตัว แขน ขา ขยับแล้วตึงไปหมด

แล้วอาจอดคิดไม่ได้ว่า “ปวดขนาดนี้ แสดงว่าเมื่อวานซ้อมถึงแน่นอน”

แต่ความจริงคือ ความปวด ไม่ใช่ตัววัดคุณภาพของการออกกำลังกาย

 

อาการปวดเป็นเพียงผลจากสิ่งกระตุ้นที่ร่างกายยังไม่คุ้นเคย หรือในบางครั้ง อาจไม่ใช่ DOMS แต่เป็นการบาดเจ็บที่ควรได้รับการดูแล

ดังนั้น คำถามสำคัญแรก จึงไม่ใช่ “วันนี้ปวดแค่ไหน?”

แต่คือ “นี่คือ DOMS หรือเป็นการบาดเจ็บ?” ก่อนเสมอ

 

DOMS คืออะไร?

DOMS ย่อมาจาก Delayed Onset Muscle Soreness หมายถึงอาการปวด ตึง หรือระบมของกล้ามเนื้อ ที่เกิดขึ้นภายหลังการออกกำลังกาย (ไม่ใช่เกิดขึ้นทันทีระหว่างซ้อม)

โดยทั่วไปอาการมักเริ่มชัดภายในประมาณ 12–24 ชั่วโมง ปวดมากที่สุดในช่วงประมาณ 24–72 ชั่วโมง แล้วค่อยๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน (1,2)

DOMS มักพบหลังจาก

  • เริ่มออกกำลังกายใหม่ หลังหยุดซ้อมไปนาน
  • วิ่ง ลง/ขึ้น เขา
  • เพิ่มระยะ เพิ่มน้ำหนัก หรือเพิ่มความเข้มข้นขึ้น

DOMS ไม่ได้เกิดจาก “กรดแลคติกค้าง” เพราะระดับ lactate ลดลงหลังออกกำลังกายเร็วกว่าช่วงเวลาที่ DOMS เริ่มเกิดมาก (1,2)

DOMS เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับเล็กๆ ของเส้นใยกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆ ร่วมกับกระบวนการอักเสบและการซ่อมแซมหลังการออกกำลังกาย (2,3)

 

ปวด…แปลว่าซ้อมถึงจริงหรือ?
  • ไม่จำเป็นครับ

DOMS บอกได้เพียงว่า กล้ามเนื้อได้รับสิ่งกระตุ้นที่ค่อนข้างใหม่หรือมากกว่าที่เคยได้รับ

แต่มันไม่ได้บอกโดยตรงว่า

  • กล้ามเนื้อจะโตมากแค่ไหน
  • ความฟิตจะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน
  • โปรแกรมซ้อมมีคุณภาพหรือไม่
  • หรือเราจะพัฒนาได้ดีกว่าเดิมเพียงใด

คนที่ซ้อมสม่ำเสมออาจปวดน้อยลง แม้ยังคงแข็งแรงและพัฒนาต่อเนื่องได้ เพราะร่างกายเกิดการปรับตัว

คือเมื่อได้รับการฝึกลักษณะเดิมซ้ำอีกครั้ง ร่างกายมักเกิดความเสียหายและ DOMS น้อยลงกว่าเดิม (4)

ดังนั้น ไม่ปวด ไม่ได้แปลว่าซ้อมไม่ถึง และปวดมาก ก็ไม่ได้แปลว่าซ้อมได้ดีกว่าเสมอไป

 

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น DOMS หรือบาดเจ็บ?

ในชีวิตจริง ไม่มีอาการข้อใดข้อหนึ่งที่แยกได้แม่นยำเป๊ะๆ แต่เราสามารถดูจาก “รูปแบบของอาการ” ได้

DOMS

การบาดเจ็บ

ปวดหลังซ้อม 12–24 ชม.

เจ็บทันที

ปวดทั้งมัดกล้าม

เจ็บเฉพาะจุด

ดีขึ้นเรื่อย ๆ

แย่ลง

ขยับแล้วดีขึ้น

ขยับแล้วเจ็บ

ซ้อมเบาได้

ยิ่งซ้อมยิ่งแย่

ถ้าไม่แน่ใจ ควรลดการใช้งาน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

 

DOMS ควรซ้อมต่อไหม?

ขึ้นอยู่กับระดับของอาการ ไม่ใช่แค่ดูว่าปวดหรือไม่ปวด

ปวดเล็กน้อย (ระดับ 1-4)

ถ้ายัง

  • เคลื่อนไหวได้ตามปกติ
  • ท่าทางไม่เสีย
  • ไม่มีอาการเจ็บแปลบ
  • แรงกล้ามเนื้อลดลงไม่มาก

อาจออกกำลังกายเบาๆ หรือฝึกกล้ามเนื้อส่วนอื่นได้

ปวดปานกลาง (ระดับ 5-7)

หากเริ่มรู้สึกว่า

  • ช่วงการเคลื่อนไหวลดลง
  • ฟอร์มเริ่มเปลี่ยน
  • รู้สึกอ่อนแรง
  • ต้องชดเชยด้วยกล้ามเนื้อส่วนอื่น

ควรลดความหนัก ลดปริมาณ หรือเปลี่ยนเป็น active recovery

ปวดมาก (ระดับ 8-10)

  • หากเดินผิดปกติ
  • ลงบันไดลำบากมาก
  • ขยับได้จำกัด หรือฟอร์มการเคลื่อนไหวเสียชัดเจน

ไม่ควรฝืนซ้อมหนักกล้ามเนื้อส่วนนั้น เพราะการซ้อมขณะที่ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บส่วนอื่นตามมา

 

ดูแล DOMS อย่างไร?
  1. ลดภาระ แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่งทั้งหมด

การเดิน/ปั่นเบาๆ ว่ายน้ำสบายๆ หรือขยับข้อต่อในช่วงที่ไม่เจ็บ อาจช่วยให้รู้สึกคลายตึงและปวดลดลงชั่วคราวได้

แต่ไม่ควรตีความว่า ถ้าขยับแล้วดีขึ้นชั่วคราว แปลว่าร่างกายฟื้นสมบูรณ์แล้ว

 

  1. นอนให้เพียงพอ

การนอนช่วยให้ระบบประสาท ฮอร์โมน การควบคุมการอักเสบ และกระบวนการซ่อมแซมทำงานอย่างเหมาะสม

ถ้านอนน้อยต่อเนื่อง ต่อให้มีเทคนิคฟื้นตัวดีแค่ไหน ร่างกายก็อาจยังฟื้นได้ไม่เต็มที่

 

  1. กินให้ครบ ไม่ใช่เติมแค่โปรตีน

โปรตีนสำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ แต่การฟื้นต้องอาศัยทั้ง

  • พลังงานระดับเซลล์
  • คาร์โบไฮเดรตเหมาะสม
  • โปรตีน
  • น้ำ
  • วิตามิน
  • แร่ธาตุ
  • และอาหารที่หลากหลาย

เพราะหากได้รับพลังงานไม่พอ ร่างกายอาจนำโปรตีนบางส่วนไปใช้เป็นพลังงาน แทนที่จะนำไปใช้เพื่อการซ่อมแซมอย่างเต็มที่ สามารถคำนวณเบื้องต้นได้จาก Daily Nutrition Plan

 

  1. ดื่มน้ำและชดเชยเกลือแร่ตามการสูญเสียจริง

น้ำและเกลือแร่ไม่ได้ทำให้ DOMS หายทันที แต่มีความสำคัญต่อสมดุลของร่างกาย โดยเฉพาะหลังซ้อมนาน ในอากาศร้อน หรือเสียเหงื่อมาก

การชดเชยควรเหมาะกับ

  • ระยะเวลาออกกำลังกาย
  • อัตราเหงื่อ
  • สภาพอากาศ
  • และความต้องการของแต่ละคน

สามารถคำนวณเบื้องต้นได้จาก Hydration & Fuel

 

  1. การนวดอาจช่วยลดความรู้สึกปวด

การนวดหลังออกกำลังกายอาจช่วยลดความรู้สึกปวดจาก DOMS ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า สมรรถนะของกล้ามเนื้อหรือความเสียหายภายในจะฟื้นฟื้นเต็มที่ (5,6) เราสามารถใช้เป็น “ตัวช่วย” ได้บางส่วน

 

  1. การยืดทำได้ แต่ไม่ใช่ยารักษา DOMS

การยืดเบาๆ อาจช่วยให้รู้สึกสบายและเคลื่อนไหวดีขึ้น

แต่หลักฐานโดยรวมยังไม่พบว่า การยืดหลังออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ช่วยลด DOMS หรือฟื้นแรงกล้ามเนื้อได้ชัดเจน (7)

ดังนั้นไม่ควรยืดจนเจ็บ หรือพยายาม “ฉีกความตึงออกไป”

 

  1. ความเย็นและอุปกรณ์ฟื้นตัว ใช้ตามเป้าหมาย

การแช่น้ำเย็น การประคบเย็น เสื้อรัด หรืออุปกรณ์ต่างๆ อาจช่วยลดความรู้สึกปวดในบางคน

แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ควรใช้แทนพื้นฐานสำคัญ คือ

  • การจัดโหลดการฝึก
  • การนอน
  • โภชนาการ
  • และให้เวลากับฟื้นตัว

 

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรรอ

ควรหยุดออกกำลังกายและพบแพทย์ หากมี

  • ปวดรุนแรงมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น
  • กล้ามเนื้อบวมตึงมาก
  • อ่อนแรงผิดปกติ
  • ปัสสาวะสีชา โค้ก หรือเข้มผิดปกติ
  • ปัสสาวะน้อยลง
  • มีไข้ คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียมาก
  • เจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือเป็นลม
  • ลงน้ำหนักไม่ได้
  • อาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรงร่วมกับอ่อนแรงและปัสสาวะสีเข้ม อาจสัมพันธ์กับภาวะกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis) ซึ่งต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว (8)

 

ป้องกัน DOMS ที่รุนแรงได้อย่างไร?

DOMS อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อเริ่มกิจกรรมใหม่ แต่สามารถลดความรุนแรงได้ด้วยการ

  • เพิ่มระยะหรือความหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • เตรียมร่างกายก่อนการแข่งขันหรือกิจกรรมเฉพาะ
  • วางวันหนักและวันเบาให้เหมาะสม
  • ประเมินความพร้อมก่อนซ้อมครั้งถัดไป

เป้าหมายอาจไม่ใช่การทำให้ไม่ปวดเลย แต่คือ การทำให้สิ่งกระตุ้นเหมาะกับความสามารถในการฟื้นของร่างกายในเวลานั้น

 

สรุป

DOMS ไม่ใช่ศัตรู แต่ก็ไม่ใช่ความสำเร็จ มันเป็นเพียง “ข้อมูล” ว่าร่างกายได้รับสิ่งกระตุ้นจากการฝึกและกำลังอยู่ในกระบวนการปรับตัว

อย่าใช้ความปวดเป็นตัววัดความสำเร็จของการซ้อม

สิ่งที่ควรดูมากกว่าคือ

  • แรงกลับมาหรือยัง
  • เคลื่อนไหวได้ปกติหรือยัง
  • ฟอร์มยังดีหรือไม่
  • นอนและกินได้ดีหรือไม่
  • พร้อมต่อการฝึกครั้งถัดไปจริงหรือยัง

เพราะเป้าหมายของการฝึก ไม่ใช่การปวดให้มากที่สุด แต่คือการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลหรือบาดเจ็บ

DOMS เป็นเพียงผลจากการซ้อม ไม่ใช่ตัววัดคุณภาพของการซ้อม

และคำถามที่สำคัญกว่าคือ วันนี้ร่างกายของคุณฟื้นจาก DOMS และพร้อมซ้อมต่อจริงหรือยัง?

ลองประเมินพลังการฟื้นของคุณด้วย Recovery Score

 

สามารถติดตามบทความทางสุขภาพ เบื้องหลังการทำงานของร่างกาย หรือ ความเป็นมนุษย์ในแง่มุมที่หลากหลาย เพื่อชีวิตทรงพลัง ได้ที่

ฟื้นไว ไปด้วยกัน

“ฟื้นฟูดี” ไม่ได้มีแต่โปรตีน

นอนอย่างทรงพลัง

ยิ่งซ้อมยิ่งทรุด

สารอาหาร VS นักกีฬา สำคัญแค่ไหน? ไม่รู้ไม่ได้

7 วิธี ยกระดับการออกกำลังกาย

Blog – B-STARK

Facebook Page: https://www.facebook.com/dr.songpalang

สุดท้ายนี้ ทีมงานดอกเตอร์ทรงพลังขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทรงพลังอย่างยั่งยืน

 

References

  1. Cheung, K., Hume, P., & Maxwell, L. (2003). Delayed onset muscle soreness: Treatment strategies and performance factors. Sports Medicine, 33(2), 145–164.
  2. Lewis, P. B., Ruby, D., & Bush-Joseph, C. A. (2012). Muscle soreness and delayed-onset muscle soreness. Clinics in Sports Medicine, 31(2), 255–262.
  3. Peake, J. M., Neubauer, O., Della Gatta, P. A., & Nosaka, K. (2017). Muscle damage and inflammation during recovery from exercise. Journal of Applied Physiology, 122(3), 559–570.
  4. McHugh, M. P., Connolly, D. A. J., Eston, R. G., & Gleim, G. W. (1999). Exercise-induced muscle damage and potential mechanisms for the repeated bout effect. Sports Medicine, 27(3), 157–170.
  5. Dupuy, O., Douzi, W., Theurot, D., Bosquet, L., & Dugué, B. (2018). An evidence-based approach for choosing post-exercise recovery techniques to reduce markers of muscle damage, soreness, fatigue, and inflammation: A systematic review with meta-analysis. Frontiers in Physiology, 9, 403.
  6. Davis, H. L., Alabed, S., & Chico, T. J. A. (2020). Effect of sports massage on performance and recovery: A systematic review and meta-analysis. BMJ Open Sport & Exercise Medicine, 6(1), e000614.
  7. Afonso, J., Clemente, F. M., Nakamura, F. Y., Morouço, P., Sarmento, H., Inman, R. A., & Ramirez-Campillo, R. (2021). The effectiveness of post-exercise stretching in short-term and delayed recovery of strength, range of motion and delayed onset muscle soreness: A systematic review and meta-analysis. Frontiers in Physiology, 12, 677581.
  8. Bäcker, H. C., Busko, M., Krause, F. G., Exadaktylos, A. K., Klukowska-Rötzler, J., & Deml, M. C. (2023). Exertional rhabdomyolysis in athletes: Systematic review and current perspectives. Sports Medicine–Open, 9, 23.
แชร์บทความ

บทความอื่นๆ

ปิรามิดอียิปต์ตั้งตระหง่านท่ามกลางห้วงกาแล็กซีและหมอกควันของเอกภพ สื่อถึงระบบมนุษย์ทั้งสาม—ประสาทรับรู้ ระบบจังหวะหัวใจ–ปอด และระบบเมตาบอลิซึม–แขนขา—ที่ทำงานประสานกันเหมือนโครงสร้างจักรวาล พร้อมเชื่อมโยงพลังระดับเซลล์ เช่น แลคติก ที่ช่วยสนับสนุนความสมดุลของสุขภาพ

มนุษย์ทรงพลัง 3 (ระบบ)

🌿 “มนุษย์สามระบบ: ศาสตร์เก่าที่อธิบายสุขภาพของยุคใหม่”   จากบทความมนุษย์ทรงพลัง และ มนุษย์ทรงพลัง 2 เราได้เห็นแล้วว่ามนุษย์นั้นประกอบด้วยพลังทั้ง

อ่านเพิ่มเติม
พื้นที่แห่งความรักและเสรีภาพ พลังชีวิตระดับเซลล์จากแลคติก อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

รักทรงพลัง

ความรัก ไม่ใช่ความรู้สึก ความผูกพัน หรือการมีใครสักคน แต่จุดเริ่มต้นของความรัก คือ “พื้นที่” พื้นที่ของเสรีภาพภายใน—พื้นที่ของความคิด ความรู้สึก และกา

อ่านเพิ่มเติม
ภาพแลคติกกับระบบพลังงานนักวิ่ง และกลไกระบบทางเดินอาหารระหว่างออกกำลังกาย

ทำไมวิ่งแล้วปวดถ่าย?

เรื่องตลกที่ไม่ตลก ที่นักวิ่งแทบทุกคนเคยเจอ      วิ่งไปได้สักพัก จู่ ๆ ก็เริ่มมวนท้อง จากเบา แล้วหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวิ่งอย่างกระเสือกกะสนเพื่อห

อ่านเพิ่มเติม
0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop