6 เรื่องโกหกกับการออกกำลังกาย

นักกีฬากับบาร์เบล สื่อถึงการเปิดโปงความเชื่อผิดๆ รวมถึงกรดแลคติกที่หลายคนเข้าใจผิด
6 เรื่องโกหก ที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

ร่างกายของเราอาจซับซ้อนกว่าที่เราคิด และโลกของฟิตเนสก็เต็มไปด้วยข้อมูลที่ฟังดูน่าเชื่อถือแต่กลับผิดพลาด วันนี้เราจะมาเปิดโปง 6 เรื่องโกหกเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เคยทำให้คุณสับสน พร้อมเผยความจริงที่วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว

 

1. “ไม่เจ็บ ไม่ได้ผล” (No Pain, No Gain)❌

✅ ความจริง: ความเชื่อที่ว่าการออกกำลังกายที่ดีต้องมีอาการเจ็บปวดเป็นเรื่องที่ไม่จริงและอันตราย

ก่อนอื่นเราต้องแยกระหว่าง “ความตึง” กับ “ความเจ็บปวด” เสียก่อน การรู้สึก ตึง หรือ เหนื่อยล้า เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อกำลังทำงานหนักและท้าทายตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ความ เจ็บปวด ที่คมชัดหรือฉับพลันเป็นสัญญาณของ การบาดเจ็บ

👉คุณภาพนั้นสำคัญกว่าความทรมาน: การออกกำลังกายที่ดีคือการ รักษาฟอร์ม (ท่าทาง) ให้ถูกต้องและค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Progressive Overload)[1] โดยไม่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ การบาดเจ็บจะทำให้คุณต้องหยุดพักและทำให้เป้าหมายช้าลง

2. คุณสามารถลดไขมันเฉพาะส่วนได้ (Spot Reduction)❌

✅ความจริง: ไม่ว่าคุณจะซิทอัพเป็นร้อยครั้งต่อวัน ก็ไม่สามารถสั่งให้ร่างกายดึงไขมันที่หน้าท้องไปใช้ก่อนได้!

การลดไขมันเป็นแบบองค์รวม: ร่างกายจะดึงไขมันจากแหล่งสะสมทั่วร่างกายมาใช้เป็นพลังงานตาม พันธุกรรมและฮอร์โมน เป็นหลัก โดยวิธีธรรมชาติคุณไม่สามารถเลือกได้ว่าจะลดไขมันที่ต้นขา ต้นแขน หรือหน้าท้องส่วนใดส่วนหนึ่งก่อน

👉ทำอย่างไรจึงจะเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง: การออกกำลังกายเฉพาะส่วน เช่น ซิทอัพ จะช่วย เสริมสร้างความแข็งแรง ให้กล้ามเนื้อท้อง แต่การจะเห็นซิกแพ็กที่ชัดเจนนั้นขึ้นอยู่กับการ ลดไขมันโดยรวมทั้งร่างกาย ผ่านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งที่เพียงพอเหมาะสม[2]

3. ผู้หญิงยกเวทหนักแล้วจะ “ตัวใหญ่” (Bulky) เหมือนผู้ชาย❌

✅ความจริง: ผู้หญิงส่วนใหญ่มีระดับฮอร์โมน เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในการสร้างมวลกล้ามเนื้อเพื่อความ “ใหญ่” น้อยกว่าผู้ชายมาก

👉การยกเวทหนักจะช่วย เพิ่มความแข็งแรง สร้างมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยให้ร่างกายดู กระชับ และ เพิ่มอัตราการเผาผลาญ โดยรวม (Metabolism) ได้ และยังช่วย เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก[3] ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการป้องกันภาวะกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นคุณผู้หญิงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้จนเกินไป

4. คาร์ดิโอเท่านั้นที่เผาผลาญไขมัน เวทเทรนนิ่งแค่สร้างกล้ามเนื้อ❌

✅ความจริง: ทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนัก

คาร์ดิโอ: เผาผลาญพลังงานได้สูง ขณะออกกำลังกาย

เวทเทรนนิ่ง: สร้าง มวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็น “เตาเผา” แคลอรีชั้นดี เพราะกล้ามเนื้อต้องการพลังงานแม้ในขณะที่คุณพักผ่อน ดังนั้นยิ่งมีมวลกล้ามเนื้อมาก อัตราการเผาผลาญขณะพัก (Resting Metabolic Rate) ก็จะยิ่งสูง ทำให้คุณเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นตลอดทั้งวัน

👉ทางที่ดีที่สุดคือการผสมผสาน: การออกกำลังกายที่สมดุลควรมีทั้งคาร์ดิโอเพื่อสุขภาพหัวใจ และเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างความแข็งแรงและเพิ่มการเผาผลาญ[4]

5. กรดแลคติกคือ “ตัวร้าย” ที่ทำให้คุณปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย❌

✅ความจริง: นี่คือความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึกมานาน!

อาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย (Delayed Onset Muscle Soreness หรือ DOMS) ที่เกิดขึ้น 24-72 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย ไม่ได้เกิดจากกรดแลคติกสะสม เพราะกรดแลคติก (Lactate/Lactic Acid) จะถูกกำจัดออกไปจากกล้ามเนื้อภายใน 1 ชั่วโมงหลังหยุดออกกำลังกาย

ตัวการที่แท้จริงของ DOMS: อาการปวด DOMS เกิดจาก ความเสียหายระดับจุลภาค (Microtrauma) ของเส้นใยกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่นำไปสู่การซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น[5]

👉แลคติกเป็น แหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ที่ร่างกายสร้างขึ้นระหว่างการออกกำลังกายแบบเข้มข้น เป็น เชื้อเพลิง ให้กับเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายและสมองได้ใช้ต่ออีกด้วย และเป็นตัวที่สำคัญช่วยปรับสมดุล ฟื้นฟู พัฒนาร่างกาย ดังนั้นแลคติกคือ “เพื่อน” ไม่ใช่ “ศัตรู”[6]

6. ต้องยืดเหยียดแบบค้างไว้ (Static Stretching) ก่อนออกกำลังกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ❌

✅ความจริง: การยืดเหยียดแบบค้างไว้ (การยืดแล้วค้างไว้ 30 วินาที) ในขณะที่กล้ามเนื้อยัง “เย็น” อาจลดประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ และไม่ช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บได้มากนัก

ก่อนออกกำลังกาย ควรเน้นการ วอร์มอัพแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Warm-up) เช่น การหมุนแขนขา การทำ Lunges หรือ Squats ด้วยน้ำหนักตัวเบา ๆ เพื่อเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย เตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อและข้อต่อ และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว

👉Static Stretching ควรทำหลังออกกำลังกาย: การยืดเหยียดแบบค้างไว้เหมาะสมที่สุดสำหรับช่วง Cool-down หลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว ในขณะที่กล้ามเนื้ออุ่นอยู่ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ[7]

 

การมีความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณเข้าใจและออกแบบการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยมากขึ้น อย่าปล่อยให้ความเชื่อผิด ๆ มาขัดขวางเส้นทางสู่สุขภาพที่ดีของคุณ!

 

ข้อมูลการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย เพิ่มเติมได้ที่ Blog

รู้จักแลคติก…พลังงานใหม่แห่งศตวรรษที่ 21

แลคติกกินได้จริงหรือ

Lactic VS Sugar

การออกกำลังกายคือคำตอบ?

การออกกำลังกายคือคำตอบ?

บริษัท ดอกเตอร์ทรงพลัง จำกัด และ B-STARK All in One Nutrition ขอเป็นพลังใน ชัยชนะ ความสนุก และมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของทุกท่านค่ะ/ครับ

Our Social https://www.facebook.com/dr.songpalang

อ้างอิง

[1] Nature. (2022). Exercise and musculoskeletal adaptation. Signal Transduction and Targeted Therapy. https://www.nature.com/articles/s41392-022-01251-0

[2] de Souza, T. M., Santos, H. O., Schoenfeld, B. J., Aragon, A. A., & Silva, D. A. S. (2021). A proposed model to test the hypothesis of exercise-induced localized fat reduction (spot reduction), including a systematic review with meta-analysis. ResearchGate. https://www.researchgate.net/publication/355379614_A_proposed_model_to_test_the_hypothesis_of_exercise-induced_localized_fat_reduction_spot_reduction_including_a_systematic_review_with_meta-analysis

[3] Nature. (2025). Sex differences in exercise response. Scientific Reports. https://www.nature.com/articles/s41598-025-11093-9

[4] de Souza, E. O., Tricoli, V., & Rhea, M. R. (2021). Combined aerobic and resistance training benefits: Evidence from intervention studies. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18(7), 3845. https://www.mdpi.com/1660-4601/18/7/3845

[5] Pfizer. (2020). Science fact or science fiction: Lactic acid buildup causes muscle fatigue and soreness. Pfizer News. https://www.pfizer.com/news/articles/science_fact_or_science_fiction_lactic_acid_buildup_causes_muscle_fatigue_and_soreness

[6] Brooks, G. A., Arevalo, J. A., Osmond, A. D., Leija, R. G., Curl, C. C., & Tovar, A. P. (2022). Lactate in contemporary biology: A phoenix risen. Journal of Physiology, 600(6), 1229–1252. https://doi.org/10.1113/JP282622

[7] Behm, D. G., & Chaouachi, A. (2024). Static vs. dynamic stretching and performance: A systematic review. Frontiers in Physiology. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12006278/

ภาพผลิตภัณฑ์ B-STARK ที่ช่วยสร้างสมดุลชีวิตและสุขภาพ ด้วยสารอาหารที่มีแลคติก ช่วยฟื้นฟูพลังงานระดับเซลล์ เหมาะสำหรับคนทำงานและสายสุขภาพ

แชร์บทความ

บทความอื่นๆ

นไม้ใหญ่สื่อถึงการเติบโตของชีวิตและพลังจากแลคติกที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูระดับเซลล์และการสร้างพลังอย่างยั่งยืน

ทบทวนตัวตน

ชีวิตก็คล้ายการปลูกต้นไม้ หลายครั้งในชีวิต เราอดไม่ได้ที่จะเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เขาโตเร็วกว่า เขาเห็นผลก่อน เขาประสบความสำเร็จในเวลาที่สั้นก

อ่านเพิ่มเติม
นักกีฬาช่วยพยุงเพื่อนที่บาดเจ็บ สื่อถึงการฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี

กลับมาอย่างทรงพลัง (5 ข้อ การดูแลเมื่อบาดเจ็บ)

การบาดเจ็บคือสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะไม่เพียงกระทบต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากเกิดขึ้นแล้วเราจะทำอย

อ่านเพิ่มเติม
ภาพนักกีฬากับพลังงานชั้นลึก สัญลักษณ์ SMART Power บทบาทของแลคติกในระบบพลังงาน

ลำดับ”แหล่งพลัง”อย่างทรงพลัง

เวลาพูดถึง “แหล่งพลัง” หลายคนมักคิดถึง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือแม้กระทั่งไขมัน แต่ความจริงคือ   พลังของเราไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่เป็นพีระมิดหลายชั้

อ่านเพิ่มเติม
0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop