ทรงพลังไม่หวั่นลื่น/หนาว

ภาพหยดฝนกระทบพื้นน้ำในสภาพอากาศฝนตก สื่อถึงผลของสภาพแวดล้อมต่อสมรรถภาพการออกกำลังกาย และความสำคัญของการชดเชยพลังงานระดับเซลล์ด้วยแลคติกเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมในทุกสภาพอากาศ

ความเย็นที่ช่ว และความเสี่ยงที่ตามมา

 

หลายคนมักคิดว่า “อากาศเย็น” หรือ “ฝนตก” คือสภาพอากาศที่ดีสำหรับการออกกำลังกาย

ความจริงคือ… มันช่วยเพียงบางอย่าง แต่ก็ทำให้ร่างกายเสียสมดุลบางอย่างได้ง่ายมากขึ้น

ในสภาพเย็นจัดหรือฝนตก ร่างกายต้องเผชิญ ความท้าทาย 2 ด้านพร้อมกัน

– ความเย็นภายนอก

– อัตราการผลิตความร้อนจากภายใน

ซึ่งสองอย่างนี้รวมกัน → ทำให้ “การควบคุมอุณหภูมิ” กลายเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด

 

ข้อดีของการออกกำลังกาย/วิ่งตอนฝนตกหรืออากาศเย็น

1) อุณหภูมิผิวลดลงเร็ว

ช่วยให้ร่างกายไม่สะสมความร้อนตั้งแต่ต้น → อุณหภูมิแกนคุมง่ายกว่า → รู้สึกออกกำลังกาย “ลื่น–ไหล–สบายกว่าปกติ” ในช่วงแรก

2) ชีพจรต่ำลงตามสภาพ

เพราะการระบายความร้อนใช้พลังงานน้อยลง → ชีพจรต่ำกว่าวันอากาศร้อน 3–6 ครั้ง/นาที → มีการประหยัดพลังงานของร่างกายดีขึ้น

3) แรงกดอากาศเย็นช่วยให้ระบบหายใจสดขึ้น

อากาศเย็นมีความหนาแน่นมากกว่า → รู้สึกหายใจเต็มปอดขึ้นเล็กน้อย (เฉพาะอากาศเย็น + ความชื้นไม่สูง)

 

แต่ข้อเสียก็สำคัญมาก (โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ใช้เวลานานหรือมาราธอน)

 

1) “รู้สึกเหงื่อไม่ออกทั้งที่เหงื่อออกเยอะ เสี่ยงการสูญเสียน้ำ → สมรรถภาพลดลงโดยไม่รู้ตัว

เพราะน้ำฝนและเหงื่อผสมกันบนผิว หรือ อากาศเย็นจนเหงื่อระเหยเร็ว ทำให้แยกไม่ออกว่าเหงื่อออกมากแค่ไหน จึงอาจดื่มน้ำ “น้อยเกินไป” โดยไม่รู้ตัว [1]

 

2) สูญเสียโซเดียมเร็ว แต่ไม่ได้ชดเชย

เมื่ออากาศเย็นจะ “รู้สึกกระหาย” โดยไม่อยากเกลือ → เสี่ยงภาวะโซเดียมต่ำ → มึนหัว, ทรงตัวไม่ดี, อาเจียน, เวียนหัว โดยเฉพาะช่วงหลังจาก 30 กม. ซึ่งเป็นปัญหาที่เจอได้บ่อยในงานวิ่งที่ต่างประเทศ [2]

 

3) กล้ามเนื้อเย็นเกินไป ประสิทธิภาพการสร้างแรง (Power) ลดลง [3]

อุณหภูมิกล้ามเนื้อต่ำกว่า 33°C ส่งผลชัดเจนต่อ

– การยืดหดตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ

– การนำกระแสประสาท

– ความเร็วการหดตัวของไฟเบอร์กล้ามเนื้อ

ผล: ก้าวสั้นลง ต้องก้าวถี่ขึ้น ใช้แรงมากขึ้นในการเคลื่อนที่ และ เสี่ยงตะคริวมากขึ้น เพราะกล้ามเนื้อหดเกร็งจากความเย็น

 

4) รองเท้า/เสื้อผ้าอมน้ำ เพิ่มน้ำหนัก 200–500 กรัม

น้ำหนักตัวไม่ใช่ปัญหา แต่ น้ำหนักรองเท้า/เสื้อผ้า มีผลโดยตรงกับ การประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (running economy)[4]

→ ใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

→ ขาเริ่มหนักเร็วกว่าปกติ

 

5) พื้นลื่น ระบบทรงตัวทำงานหนัก

สภาพฝนตกทำให้ การเท้าลงพื้นไม่มีแรงดีด → ต้องใช้พลังงานจากสะโพก–น่องเพิ่ม เอ็นร้อยหวายและกล้ามเนื้อต้นขาหลังทำงานหนัก → ความเมื่อยล้าแบบสะสมมาเร็วกว่าปกติ[5]

 

6) เสี่ยง กล้ามเนื้อแข็ง” (muscle tightening) หลังผ่านกิโล 25–30

– เป็นปัญหา ที่เจอบ่อยในนักวิ่ง เพราะกล้ามเนื้อที่เย็นนานเกิน → สูญเสียความยืดหยุ่น

 

 

ข้อแนะนำสำหรับการวิ่งในสภาพฝนตก/อากาศเย็น

1) เพิ่มเกลือแร่ 10–20% จากแผนเดิม

เพราะฝนหรือหนาว แต่เหงื่อ+เกลือแร่ยังออกปกติ → ปรับเกลือแร่ ให้สูงขึ้นเล็กน้อยช่วยป้องกันอาการมึน/อ่อนแรง

2) ดื่มน้ำตามแผนเดิม ไม่ใช่ตาม ความรู้สึก

เพราะอาจรู้สึกกระหายลดลง → ต้องใช้แผนตั้งต้นเป็นหลัก

3) อุ่นร่างกาย (warm-up) นานขึ้น 5–10 นาที

เป้าหมายให้กล้ามเนื้อได้ warm ถึงช่วงที่เหมาะสมก่อนออกกำลังกาย

4) หากฝนหนัก ลด pace ลง 2–4%

เพื่อคุมการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม (biomechanics) ไม่ให้เสียทรง

5) ใช้ผ้าบัฟหรือหมวกกันฝน

ลดอาการ “น้ำสาดหน้า” และลดการสูญเสียความร้อนบริเวณศีรษะ

 

สรุป

ฝนตกหรืออากาศเย็น = ดีแค่ ช่วงต้น

ช่วยเรื่องการไม่ร้อนเกิน + ชีพจรต่ำลงเล็กน้อย

แต่เมื่อเวลาผ่านไป → ความเย็นสะสม

– เสียเหงื่อโดยไม่รู้สึกตัว เกลือแร่ออกแต่ไม่ถูกชดเชย

– รองเท้า+เสื้ออมน้ำ

– พื้นลื่น

จึงอาจทำให้สมรรถภาพ” ตกในช่วงหลังอย่างชัดเจน

 

ฝนและความเย็นไม่ใช่เพื่อนหรือศัตรู แต่เป็นปัจจัยที่ต้อง “จัดการ” ให้ดีเหมือนความร้อน

 

สามารถติดตามบทความทางสุขภาพ เบื้องหลังการทำงานของร่างกาย หรือ ความเป็นมนุษย์ในแง่มุมที่หลากหลาย เพื่อชีวิตทรงพลัง ได้ที่

พลังสภาพอากาศ – B-STARK ทรงพลังได้ในทุกสภาวะ

คืนความสดชื่นด้วยพลังแห่งน้ำ

ฉีก ชง ทรงพลัง

สดชื่น ฟื้น วัย

ทรงพลังระดับเซลล์

เวลาดื่มได้

Blog – B-STARK

Facebook Page: https://www.facebook.com/dr.songpalang

สุดท้ายนี้ ทีมงานดอกเตอร์ทรงพลังขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทรงพลังอย่างยั่งยืน

Top of the world B-STARK เติมพลังให้ทุกกิจกรรมด้วย B-STARK อาหารเสริมแลคติกที่ช่วยให้สนุกได้เต็มที่ สนุกต่อเนื่อง สนุกอย่างยั่งยืนเหมาะกับสายฟิตสายลุย ทุกเพศทุกวัย

อ้างอิง

[1]Galloway, S. D. R., & Maughan, R. J. (1997). Effects of ambient temperature on the capacity to perform prolonged exercise in man. Medicine & Science in Sports & Exercise, 29(9), 1240–1249.
https://doi.org/10.1097/00005768-199709000-00018

[2]Noakes, T. D. (2003). Hyponatremia in distance runners: Fluid and sodium balance during exercise. Sports Medicine, 33(3), 171–186.
https://doi.org/10.2165/00007256-200333030-00003

[3]Bennell, K. L., & Goldie, P. A. (1994). The effect of cold conditions on muscle and neuromuscular performance. Sports Medicine, 17(3), 153–164. https://doi.org/10.2165/00007256-199417030-0000

[4]Hoogkamer, W., Kipp, S., & Kram, R. (2019). A comparison of running economy across seven highly cushioned shoes. Footwear Science, 11(sup1), 3–14.
https://doi.org/10.1080/19424280.2019.1596975

[5]Hamill, J., & Gruber, A. H. (2017). Biomechanics of distance running: Enhancing performance and reducing injury risk. Sports Biomechanics, 16(1), 1–10.
https://doi.org/10.1080/14763141.2016.1259722

แชร์บทความ

บทความอื่นๆ

แลคติกในอาหารเสริม B-STARK ช่วยสนับสนุนกระบวนการของชีวิต เติมเต็มโภชนาการที่ขาด พร้อมส่งเสริมพลังภายในแม้ในวันที่ร่างกายอ่อนล้า

อาหารเสริมจำเป็นหรือไม่

หนึ่งในคำถามที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ก่อนที่เราจะพิจารณาเรื่องอาหารเสริม เราจำเป็นต้องเข้าใจในจุดประสงค์ของอาหารทั่วไปเสียก่อน จุดประสงค์ของอาหารตาม

อ่านเพิ่มเติม
ซิลิกา แร่ธาตุสำคัญที่โลกลืม ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูเส้นเอ็น กระดูก และกล้ามเนื้อ ควบคู่แลคติก พลังงานเซลล์จาก B-STARK เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

ซิลิกา สารอาหารสำคัญที่โลกลืม

ซิลิกา (silica) สารอาหารที่โลกลืม – ซิลิกาเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่สำคัญ สำหรับการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ เช่น เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน

อ่านเพิ่มเติม
ภาพลำไส้มนุษย์และระบบทางเดินอาหาร อธิบายความจริงของโพรไบโอติก แบคทีเรียแลคติก

Probiotic สำคัญจริงหรือไม่?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “โพรไบโอติก (Probiotic)” กลายเป็นคำยอดฮิตในวงการสุขภาพ ตั้งแต่โยเกิร์ต ไปจนถึงสูตรเฉพาะสำหรับลำไส้ ภูมิคุ้มกัน การนอน และสุขภาพจ

อ่านเพิ่มเติม
0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop