ถาม-ตอบ

1. B-STARK เหมาะกับใคร 

   – คนที่ต้องการใช้สมรรถภาพร่างกายอย่างเต็มที่ เช่น ผู้ที่ออกกำลังกาย นักกีฬา ผู้ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ นักเรียนนักศึกษาเตรียมสอบ คนที่มีอาการของ office syndrome เป็นประจำ หรือผู้ที่ต้องการชดเชยพลังงานและวิตามินเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากเหตุต่างๆ

2. B-STARK ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไปอย่างไร 

   – เครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไป หนึ่งหน่วยมีปริมาณน้ำตาลเทียบเท่าหรือสูงกว่าคำแนะนาทางสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ คือ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ซึ่งก่อให้เกิดโอกาสเสี่ยงต่อ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดหัวใจ (แล้ว B-STARK น้ำตาลมีเท่าไหร่?) มีน้อยกว่า 1.5 ช้อนชา หรือน้อยกว่า 6 กรัม และหนึ่งในนั้นคือ น้ำตาล ดีไรโบส ซึ่งเป็นน้ำตาลพิเศษ ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และเป็นน้ำตาลที่สนับสนุนการทำงานของหัวใจโดยตรง (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความดีไรโบส)

   – เครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไป เต็มไปด้วยคลอไรด์และเกลือแร่อื่นๆ ที่อาจไม่เหมาะสม และอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาว
   – ถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่จากประสบการณ์ของทีมแพทย์เรา พบว่าปัญหาที่กล่าวมานี้เป็นปัญหาที่เรามิอาจเพิกเฉยได้ เราจึงพัฒนา B-Stark ที่มีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำมาก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานระดับเซลล์ วิตามินเกลือแร่ที่คัดสรรจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้รักสุขภาพอย่างแท้จริงและยั่งยืน

3. B-STARK แตกต่างจากเจลให้พลังงานอย่างไร

   – B-STARK เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดชงดื่ม ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ที่คัดสรรจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้นวัตกรรมพลังงานระดับเซลล์ จึงไม่จำเป็นต้องมีแคลอรีที่สูงเหมือนเจลพลังงานทั่วไป เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้รักสุขภาพอย่างแท้จริงและยั่งยืน

4. B-STARK ต่างจากเวย์โปรตีนอย่างไร

   – B-STARK ไม่ใช่เวย์โปรตีน แต่คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสาหรับผู้ที่ต้องการใช้สมรรถภาพร่างกายอย่างเต็มที่
   – B-STARK เป็นพลังงานระดับเซลล์ ที่มุ่งเป้าต่อเซลล์โดยเฉพาะ
   – เวย์โปรตีน คือโปรตีนที่สกัดมาจากนมหรือพืช มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนความต้องการโปรตีนในแต่ละบุคคล
   – แต่ B-STARK คือ การนำสารประกอบชีวภาพ(อินทรีย์)ในระดับเซลล์ สกัดมาจากทั้ง พืช สัตว์และจุลินทรีย์ หลากหลายชนิด ซึ่งผ่านการทดลองและงานวิจัยมากมาย คัดสรรและพัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สมรรถภาพร่างกายอย่างเต็มที่
     a. ประกอบด้วย Lactic acid ซึ่งเป็นพลังงานที่เซลล์สามารถดูดซึมและใช้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จึงแทบไม่ต่างจากการได้รับพลังงานทางหลอดเลือดโดยตรง
     b. Creatine Monohydrate พลังงานและโครงร่างสำคัญของเซลล์กล้ามเนื้อ เพื่อประสิทธิภาพในการ เร่ง ปั่น กระโดด หรือกิจกรรมที่มีความเข้มข้นสูง
     c. D-ribose น้ำตาลโครงสร้าง DNA ซึ่งสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง
     d. นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วย เกลือแร่และวิตามิน มากมาย ซึ่งช่วยส่งเสริมศักยภาพร่างกายอย่างเต็มที่ และช่วยลดผลข้างเคียงต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
     e. จึงทำให้ B-STARK มีส่วนประกอบของน้ำตาลที่ต่ำมาก
     f. ลดปัญหาจากการย่อยและดูดซึมโปรตีน ในขณะที่ออกกำลังกาย
     g. แต่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สมรรถภาพร่างกายอย่างเต็มที่

5. สามารถใช้กินแทนเวย์โปรตีนได้ไหม

   – ไม่ได้ เพราะวัตถุประสงค์ของทั้ง 2 อย่างแตกต่างกัน
   – เวย์โปรตีน คือโปรตีนที่สกัดมาจากนมหรือพืช มีวัตถุประสงค์ “เพื่อทดแทนความต้องการโปรตีน” ในแต่ละบุคคล
   – แต่ B-STARK คือ การนำสารประกอบชีวภาพ(อินทรีย์)ในระดับเซลล์ สกัดมาจากทั้ง พืช สัตว์และจุลินทรีย์ ร่วมกับวิตามินเกลือแร่ หลากหลายชนิด มีวัตถุประสงค์ “เพื่อตอบสนองต่อกิจกรรมที่หลากหลาย” ของร่างกาย

6. B-STARK หนึ่งซองเหมาะกับการใช้งานอย่างไร

   – ถูกออกแบบมาสำหรับการออกกาลังกายอย่างต่อเนื่อง 45-60 นาที

7. สามารถกิน B-STARK ได้ไม่เกินกี่ซองต่อวัน

   – เราแนะนำให้บริโภคได้มากที่สุดไม่เกินวันละ2ซอง เพื่อให้ได้รับสารสกัดจากชาเขียวในปริมาณที่เหมาะสม

8. คนที่แพ้นมสามารถกินได้หรือไม่

   – สามารถกินได้ ถึงแม้ Lactic กับ Lactose ชื่อคล้ายกัน แต่เป็นคนละตัวกัน
   – คนที่แพ้นมส่วนใหญ่มักมีอาการไม่พึงประสงค์จากน้ำตาล Lactose แต่ Lactic คือสารประกอบที่มาจากโพรไบโอติก

9. มังสวิรัติหรือวีแกนสามารถกินได้หรือไม่

   – กินได้ เพราะ B-STARK เป็นสารสกัดระดับเซลล์ ไม่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์

10. B-STARK เป็น Halal หรือไม่

   – ทั้งส่วนประกอบและทุกกระบวนการผลิตของเราได้รับมาตรฐานและได้รับเครื่องหมายฮาลาล

11. ผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินได้หรือไม่

   – B-STARK เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานระดับเซลล์ แต่มีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำมาก
   – ด้วยแรงบันดาลใจของเรา ที่คิดค้นและพัฒนา B-STARK มาเพื่อผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินได้

12. ผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถกินได้หรือไม่

   – สามารถกินได้ เพราะ B-STARK ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและหลอดเลือด มีส่วนผสมหลายชนิด ช่วยสนับสนุนการทำงานของหัวใจ
   – แต่จากข้อบังคับต่างๆ เราไม่สามารถระบุได้ว่ามีผลในการรักษาหรือป้องกันโรคได้

13. ผู้ที่ควรระมัดระวังหรือไม่เหมาะในการใช้ B-STARK

   – เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร บุคคลที่แพ้หรือไวต่อคาเฟอีน ผู้ป่วยโรคไต

14. เหตุใดผู้ป่วยโรคไตจึงไม่ควรกิน B-STARK

   – B-STARK ประกอบไปด้วยเกลือแร่เข้มข้นหลายชนิด ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตจึงไม่ควรรับประทาน หรือ ควรรับประทานภายใต้การดูแลจากแพทย์

15. เนื่องจากมีส่วนผสมของคาเฟอีน มีอันตรายต่อผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือไม่

   – B-STARK มีปริมาณคาเฟอีน 40 มิลลิกรัม ซึ่งพอๆกับเครื่องดื่มโกโก้ และมีคาเฟอีนน้อยกว่าชาเขียว หรือกาแฟทั่วไปต่อหน่วย ผู้ที่เป็นโรคหัวใจควรระมัดระวังในการบริโภค

16. เนื่องจากมีส่วนผสมของคาเฟอีน อาจส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนหรือไม่ หากทานช่วงหลัง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป

   – ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อคาเฟอีนในแต่ละบุคคล แต่จากการเก็บข้อมูลยังไม่พบข้อมูลว่าส่งผลต่อการนอนหลับ

17. ผู้ที่ออกกำลังกายทั่วไปไม่หนักมากสามารถกิน B-STARK ได้ไหม

   – สามารถรับประทานได้ เนื่องจาก B-Stark ประกอบด้วยเกลือแร่และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวัน

18. การออกกำลังกายในรูปแบบอื่นนอกเหนือจาก Endurance exercise สามารถใช้ B-STARK ได้ไหม

   – สามารถใช้ได้ เนื่องจาก B-STARK ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองในกิจกรรมที่หลากหลาย ด้วยพลังงานและเกลือแร่ที่ทำงานสอดผสานกันและกัน

19. จำเป็นต้องกิน B-STARK ทุกครั้งที่ออกกำลังกายไหม

   – จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการสนุกกับสมรรถภาพร่างกายของตัวเองอย่างเต็มที่

20. หากกิน B-STARK ต่อเนื่องทุกวันมีผลเสียต่อสุขภาพในระยะสั้น-ยาวหรือไม่

   – B-STARK เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้รับการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยา (อย.) คัดสรรและพัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการใช้สมรรถภาพร่างกายอย่างเต็มที่ สามารถกินเป็นประจำทุกวันได้อย่างต่อเนื่อง

21. สามารถใช้กินแทนอาหารเสริมและวิตามินที่ทานเป็นประจำได้ไหม

   – สามารถใช้กินแทนได้บางส่วน ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการกินอาหารเสริมของในแต่ละบุคคล

22. มีผลงานวิจัยรับรองเชื่อถือได้ไหม

   – ส่วนผสมของ B-STARK ในแต่ละตัว มีงานวิจัยและถูกใช้ในทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์การกีฬามาอย่างแพร่หลายและยาวนาน

23. B-STARK ทำให้มีอาการท้องเสียหรือไม่

   – จากการตอบรับของผู้บริโภคมากมายยังไม่เคยพบว่าก่อให้เกิดอาการท้องเสียแต่อย่างใด
– แต่เรากลับพบว่า ผู้ที่มีอาการท้องเสียจากสาเหตุอื่น ๆ สามารถใช้ B-STARK ในการทดแทนสารน้ำและวิตามินเกลือแร่ได้

24. กิน B-STARK แล้วจุกแน่นท้องเล็กน้อยเกิดจากอะไร

   – อาจเกิดจากการที่ใส่ปริมาณสารน้ำที่น้อยเกินไป (น้อยกว่า400ml)

25. ผงตะกอนเล็กน้อยสีขาวที่ไม่ละลายน้ำเกิดจากอะไร กินได้หรือไม่

   – B-STARK ประกอบไปด้วยเกลือแร่เข้มข้นหลายชนิดเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีข้อจำกัดในการละลาย ตะกอนเล็กน้อยดังกล่าวจึงปลอดภัยสามารถกินได้

26. ซองพองขึ้นเพราะเหตุใด และสามารถใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่

   – B-STARK ประกอบด้วยเกลือด่าง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยในการยกระดับออกกำลังกาย ในปริมาณที่เข้มข้น เกลือด่างนี้ทำให้ซองพองขึ้นได้ 

   – สามารถใช้งานได้ปกติ ไม่กระทบต่อประสิทธิภาพ 

   – ควรเก็บในกระป๋องปิดมิดชิด ในที่เย็นและแห้ง

27.หากเปิดซองออกแล้วพบว่าผงจับตัวกันเป็นก้อนยังสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่

   – หากท่านตรวจสอบซองแล้วว่าไม่มีร่องรอยเสียหายใดๆ เบื้องต้นแนะนำว่ายังสามารถกินได้ตามปกติ

28. หากเลยวันหมดอายุแล้วยังสามารถกินได้อยู่ไหม

   – ไม่แนะนำให้รับประทาน